CarHeat

จอดรถ 'ตากแดด' นานๆ ส่งผลเสียกับรถแค่ไหน?

ช่วงนี้อากาศบ้านเราร้อนเหมือนกับโลกไม่ใช่ดาวเคราะห์ดวงที่ 3 ของระบบสุริยะจักรวาลตามที่เคยเรียนกันมา แน่นอนว่าปัญหาหนึ่งสำหรับคนใช้รถยนต์คือ เราควรจะต้องดูแลหรือเตรียมตัวกันอย่างไรบ้างในการรับมือเรื่องพวกนี้ แต่คงขอบายในส่วนของเรื่องเทคนิคกับการดูแลระบบพื้นฐานของตัวรถยนต์ เช่น ระบบหล่อเย็น หรือระบบปรับอากาศ เพราะพวกนี้เราสามารถหาอ่านจากบทความเชิงเทคนิคที่มีอยู่ทั่วไปในโลกออนไลน์ได้ แต่สำหรับเรื่องการจอดรถ อันนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน

     ขอบอกก่อนว่า บางท่านอาจจะไม่สามารถเลือกที่จะจอดได้ เพราะอย่างที่ทราบดีว่า บางสถานที่มีที่จอดรถที่จำกัด เรียกว่าขับมาแล้วได้ที่จอดนี่ก็บุญโขแล้ว แต่เรากำลังจะบอกว่า บางอย่างถ้าเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง และเลือกจอดในจุดที่อยู่ในอาคาร หรือใต้ร่มเงาจะดีกว่าการจอดรถตากแดด โดยเฉพาะในช่วงเวลาแดดเปรี้ยงๆ อย่างตอนเที่ยงตอนบ่าย ซึ่งแค่จอดทำธุระแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงบางครั้งก็มีผลแล้ว ถ้าสะสมไปนานๆ

ความร้อนที่เกิดขึ้นในห้องโดยสารนั้นถือว่าสูงและเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตอย่างมาก เพราะเหตุผลที่ทำให้เด็กเล็กเสียชีวิตหลังจากที่ถูกลืมทิ้งไว้ในรถยนต์นั้น ส่วนใหญ่เสียชีวิตเพราะผลจากความร้อนสะสมที่อยู่ในห้องโดยสาร มากกว่าการขาดอากาศหายใจ เพราะการให้เด็กอยู่ในรถที่ไม่ได้สตาร์ทเครื่องยนต์เพียง 5 นาที อุณหภูมิในรถที่เพิ่มสูงขึ้น จะทำให้ร่างกายเด็กขับเหงื่อออกมาจนเมื่อถึงจุดที่ร่างกายทนไม่ได้ เลือดจะกลายเป็นกรดและอวัยวะต่างๆ หยุดทำงาน ส่งผลให้เด็กเสียชีวิตได้

     เมื่อ 3 ปีที่แล้ว Nissan เคยทำคลิปรณรงค์การไม่จอดรถตากแดดและเผยแพร่ออกมาในญี่ปุ่น ซึ่งมีการระบุว่า หากอากาศข้างนอกอยู่ที่ 35 องศาเซลเซียส นั่นหมายความว่าอุณหภูมิภายในห้องโดยสารรถยนต์ที่จอดกลางแดดจะสูงถึง 70 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว โดยในคลิปแสดงให้เห็นถึงการจอดรถตากแดดด้วยระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งนั่นทำให้อุณหภูมิในห้องโดยสารเพิ่มขึ้นจาก 27 องศาเซลเซียสมาเป็น 60 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว ก็ไม่น่าแปลกใจนะครับ เพราะด้วยกระจกที่ปิดทึบ ห้องโดยสารก็เลยสภาพกลายเป็นเตาอบ หรือไม่ก็พวก Green House ไปโดยปริยาย

Watch on YouTube

ความร้อนระดับนี้ทำให้เกิดปัญหามากมาย ทั้งความเสียหายของข้าวของที่คุณทิ้งเอาไว้ในห้องโดยสาร แต่ที่น่ากลัวสุดคือ รถยนต์ไฟไหม้ หากดันลืมพวกอุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ในตัวเอาไว้ เช่น โทรศัพท์ แท็บแล็ต แบตเตอรี่สำรอง หรือคอมพิวเตอร์พกพา รวมถึงไฟแช็ค ซึ่งความร้อนที่สูงอาจทำให้เกิดการระเบิดขึ้นมาได้

     นอกจากนั้น ความร้อนที่เกิดขึ้นในห้องโดยสารยังทำให้ของเหลวต่างๆ เช่น น้ำหอมปรับอากาศ หรือสารเคลือบอยู่บนเบาะหนังเกิดการระเหยขึ้นมาจนทำให้อาการแพ้ หรือการเจ็บป่วยระบบทางเดินหายใจได้ด้วยเช่นกัน

     ประการต่อมาคือ เรื่องของอายุการใช้งานของระบบปรับอากาศ แน่นอนว่าอาจจะไม่เห็นผลทันตา แต่อายุการใช้งานลดลงแน่ๆ เพราะการที่เปิดประตูสตาร์ทเครื่องยนต์และห้องโดยสารมีอุณณหภูมิราวๆ 50 องศาเซลเซียส คุณจะต้องเร่งแอร์ให้แรงขนาดไหนกว่าจะปรับให้อุณหภูมิในห้องโดยสารลดลงมาอยู่ในระดับที่เย็นสบาย ถ้าเป็นระบบปรับอากาสแบบแมนนวล ทุกคนหมุนพัดลมจนสุดเช่นเดียวกับปุ่มอุณหภูมิ และก็เป็นเช่นเดียวกันสำหรับระบบปรับอากาศอัตโนมัติ นั่นหมายความว่าทุกระบบทำงานภายใต้คำสั่งในแบบสูงสุดเป็นระยะเวลานาน

CarPark

 ดังนั้น ถ้าต้องจอดรถตากแดด ก็ควรลดกระจกลงสัก 1-2 เซ็นติเมตรสัก 1-2 บาน เพื่อช่วยในการระบายความร้อน แต่ก็ต้องคำนึงถึงจุดจอดด้วยว่ามีความปลอดภัยจากพวกมิจฉาชีพหรือเปล่า รวมถึงการใช้ม่านบังแดดปิดที่กระจกหน้าก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง